รีไฟแนนซ์บ้าน 2569 คืออะไร?

รีไฟแนนซ์บ้าน 2569 คืออะไร?

สรุปวิธีเลือกธนาคารให้ดอกเบี้ยต่ำและคุ้มค่าที่สุด

เมื่อสินเชื่อบ้านเดิมผ่านพ้นช่วงโปรโมชั่น 3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยมักปรับเป็นแบบลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน การ รีไฟแนนซ์บ้าน จึงเป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ย ลดค่างวด และเพิ่มสภาพคล่องให้กับครอบครัวในระยะยาว ในปี 2569 การรีไฟแนนซ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ดอกเบี้ยถูกที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกโครงสร้างสินเชื่อที่เหมาะกับสถานะการเงินจริง และเงื่อนไขที่สอดคล้องกับแนวทางการพิจารณาสินเชื่อยุคใหม่

 

ทำไมปี 2569 ถึงเป็นจังหวะสำคัญของการรีไฟแนนซ์บ้าน

ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารและสถาบันการเงินเริ่มใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven & AI-Based Decision) มากกว่าการพิจารณาแค่รายได้หรืออาชีพ การประเมินในปัจจุบันมักดูภาพรวม เช่น ความสามารถในการผ่อน มูลค่าทรัพย์ในระบบประเมินล่าสุด และความเสี่ยงในระยะยาว ทำให้ผู้ที่วางแผนรีไฟแนนซ์อย่างเป็นระบบ มีโอกาสได้รับเงื่อนไขที่คุ้มค่ากว่าเดิม

ประโยชน์หลักของการรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ลดดอกเบี้ยโดยรวม จากดอกเบี้ยลอยตัว 5–7% เหลือเฉลี่ยประมาณ 2.5–3.5% ในช่วง 3 ปีแรก
  • ลดค่างวดรายเดือน เพิ่มสภาพคล่อง และลดความตึงตัวทางการเงิน
  • ปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสม สามารถขอกู้เพิ่ม (Top-up) เพื่อซ่อมแซมหรือใช้จ่ายจำเป็น ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้ประเภทอื่น

 

 

รีไฟแนนซ์บ้านที่ไหนดี 2569? ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ

การเลือกธนาคารสำหรับรีไฟแนนซ์ ควรมองมากกว่าดอกเบี้ยปีแรก โดยควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน

  • ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก อย่าดูเฉพาะตัวเลขปีแรก เพราะบางแพ็กเกจมีดอกเบี้ยกระโดดในปีถัดไป
  • ค่าธรรมเนียมและต้นทุนแฝง เช่น ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง หรือค่าดำเนินการ ซึ่งมีผลต่อความคุ้มค่าจริง
  • นโยบายการพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคาร บางแห่งเน้นกลุ่มรายได้ประจำ บางแห่งยืดหยุ่นกับอาชีพอิสระมากกว่า

ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 (แนวโน้มตลาด)

ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 (เฉลี่ย 3 ปีแรก)

ธนาคาร ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก จุดเด่นและเงื่อนไขสำคัญ
ธนาคารออมสิน 2.75% โปรฯ Q1/2569 ยื่นกู้ถึง 15 เม.ย. ฟรีค่าจดจำนอง* (เมื่อทำประกัน MRTA)
ธอส. (GH Bank) 2.73% – 2.89% ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี เหมาะกับผู้มีรายได้น้อยหรือสวัสดิการภาครัฐ
ธนาคารกรุงศรีฯ 2.75% – 2.80% วงเงินกู้สูงสุด 100% ฟรีค่าประเมินหลักประกัน และเลือกผ่อนต่ำได้
ttb (ทหารไทยธนชาต) 2.70% – 2.95% ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกต่ำเป็นพิเศษ (เริ่ม 0.99% – 1.50%) ฟรีประกันอัคคีภัย
ธนาคารกรุงไทย 2.79% – 3.13% เลือกผ่อนต่ำ “ล้านละ 3,500 บาท” ในปีแรกได้ ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง
ธนาคารกสิกรไทย 1.99% (ปีแรก) เฉลี่ย 3 ปีประมาณ 3.10% เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านกสิกร
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร 2.66% – 2.85% ดอกเบี้ยแข่งขันสูงมากสำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพ 3.15% ฟรีค่าประเมินและค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ เหมาะกับโครงการหมู่บ้านจัดสรร

 

 

เทคนิคทำให้การรีไฟแนนซ์บ้านคุ้มค่าที่สุดในปี 2569

  • เตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน รักษาประวัติการผ่อนให้สม่ำเสมอ และลดหนี้หมุนเวียน
  • ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเดิม ให้แน่ใจว่าพ้นช่วงล็อกสัญญา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับปิดบัญชี
  • เปรียบเทียบ Retention กับ Refinance ลองขอปรับดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมก่อน หากเงื่อนไขไม่คุ้มค่า ค่อยพิจารณาย้าย

รีไฟแนนซ์ไม่ผ่าน หรือยังไม่พร้อมย้ายธนาคาร ควรทำอย่างไร?

ในทางปฏิบัติ เจ้าของบ้านจำนวนมากยังไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ทันที เนื่องจากรายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร Home For Cash เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนทางการเงิน โดยใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน พิจารณาจากมูลค่าทรัพย์และโครงสร้างทางการเงิน เพื่อช่วยให้คุณมีเงินก้อนไปจัดการหนี้ และรอจังหวะรีไฟแนนซ์ในอนาคต

 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

การรีไฟแนนซ์เป็นการตัดสินใจทางการเงินระยะยาว การได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์จริง ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความคุ้มค่าได้อย่างมาก

 

📞 โทร: 061-895-4469
💬 LINE: @kaifakcoachtae
🌐 เว็บไซต์: homeforcash.co.th

บทความอื่นๆของเรา